ลงทุนแบบเน้นคุณค่ากับการรับความเสี่ยง: ประเมินหุ้นและจัดพอร์ตให้เหมาะกับเงินของคุณ

webmaster

가치 투자와 위험 감수의 중요성 - Photorealistic Thai middle-aged investor calmly reviewing a simple diversified investment portfolio ...

การลงทุนแบบเน้นคุณค่าไม่ได้หมายถึงซื้อหุ้นที่ราคาถูกที่สุด แต่คือการประเมินมูลค่ากิจการ เทียบกับราคา และรับความเสี่ยงในระดับที่พอร์ตและกระแสเงินสดของคุณรองรับได้ เรียนรู้เกณฑ์ดูมูลค่า กระจายพอร์ต ควบคุมต้นทุน และเลือกเครื่องมือลงทุนอย่างมีเหตุผล

가치 투자와 위험 감수의 중요성 관련 이미지 1

การลงทุนแบบเน้นคุณค่าคือการซื้อสินทรัพย์เมื่อราคาดูต่ำกว่ามูลค่าที่ประเมินจากพื้นฐานกิจการ ไม่ใช่การเลือกหุ้นที่มีราคาต่อหุ้นต่ำที่สุด. ความเสี่ยงที่เหมาะสมต้องสอดคล้องกับรายได้ หนี้ เงินสำรอง เป้าหมาย และเวลาที่คุณจะใช้เงินก้อนนั้น.

ก่อนเริ่มลงทุน ควรประเมินมูลค่า กำหนดระดับความเสี่ยง และตรวจสอบต้นทุนให้ครบในลำดับเดียวกัน. หุ้นรายตัว กองทุนรวม และกองทุนดัชนีมีข้อดีต่างกัน ทั้งเรื่องความสะดวก การกระจายความเสี่ยง และค่าธรรมเนียม.

ผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องรีบเลือกหุ้นที่กำลังเป็นกระแส หากยังไม่มีเวลาอ่านข้อมูลงบการเงินหรือรับความผันผวนไม่ไหว. การตัดสินใจที่ดีจึงไม่ใช่การหาผลตอบแทนสูงสุด แต่คือการเลือกแนวทางที่ถือครองได้อย่างมีวินัยในระยะยาว.

ผลตอบแทนในอดีตไม่รับประกันผลตอบแทนในอนาคต และมูลค่าที่ประเมินอาจเปลี่ยนได้เมื่อข้อมูล เศรษฐกิจ หรืออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไป.

สรุปแบบรวดเร็ว

  • ประเมินมูลค่า: ดูผลประกอบการ กระแสเงินสด หนี้สิน และโอกาสเติบโต ไม่ดูเพียงราคาหุ้นต่อหน่วย
  • กำหนดความเสี่ยง: เงินสำรอง ภาระหนี้ ระยะเวลาลงทุน และเป้าหมายการเงินเป็นตัวกำหนดว่าคุณรับความผันผวนได้แค่ไหน
  • ตรวจต้นทุน: ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมกองทุน และค่าใช้จ่ายอื่นมีผลต่อผลตอบแทนสุทธิ โดยเฉพาะการถือครองระยะยาว
ทางเลือกลงทุน เหมาะกับการตัดสินใจแบบใด ต้นทุนและจุดที่ควรตรวจ ความเสี่ยงหลัก
หุ้นรายตัว ผู้ที่พร้อมวิเคราะห์กิจการและติดตามข้อมูลบริษัท ค่าคอมมิชชันซื้อขาย เงื่อนไขบัญชี และข้อมูลที่เปิดเผยของบริษัท ความเสี่ยงกระจุกตัว หากเลือกหุ้นหรืออุตสาหกรรมไม่กี่แห่ง
กองทุนรวม ผู้ที่ต้องการให้ผู้จัดการกองทุนดูแลการคัดเลือกสินทรัพย์ ค่าธรรมเนียมกองทุน นโยบายลงทุน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ผลการลงทุนขึ้นกับสินทรัพย์ในกองทุนและแนวทางบริหาร
กองทุนดัชนี ผู้ที่ต้องการกระจายลงทุนตามดัชนีและลดภาระการเลือกหุ้นเอง ค่าธรรมเนียม นโยบายติดตามดัชนี และเงื่อนไขการซื้อขาย ยังผันผวนตามตลาด และไม่รับประกันผลตอบแทน
Advertisement

แก่นสำคัญ: มูลค่าที่ดีต้องมาพร้อมความเสี่ยงที่รับไหว

แนวคิดการลงทุนเน้นคุณค่าเริ่มจากคำถามว่า กิจการนี้มีมูลค่าเท่าไร แล้วจึงเปรียบเทียบกับราคาที่ตลาดเสนอในขณะนั้น แต่แม้จะพบหุ้นที่ดูน่าสนใจ ก็ไม่ควรลงทุนเกินระดับที่กระแสเงินสดของตัวเองรองรับได้ การประเมินมูลค่าและการจัดพอร์ตจึงต้องเดินคู่กันเสมอ

ราคาตลาดต่างจากมูลค่ากิจการอย่างไร

ราคาตลาดคือราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายยอมตกลงกันในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนมูลค่ากิจการเป็นการประเมินจากข้อมูล เช่น ผลประกอบการ กระแสเงินสด หนี้สิน และโอกาสเติบโตของธุรกิจ สองสิ่งนี้อาจไม่เท่ากันได้ เพราะการประเมินมูลค่าต้องอาศัยสมมติฐานเกี่ยวกับอนาคต ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อมูลใหม่ ภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยน หรืออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยน

เหตุใดหุ้นราคาถูกอาจไม่ใช่โอกาสลงทุน

หุ้นที่มีราคาต่อหุ้นต่ำไม่ได้แปลว่ามีมูลค่าถูก หุ้นอาจดูราคาถูกเพราะกิจการมีผลประกอบการอ่อนแอ กระแสเงินสดไม่แข็งแรง มีหนี้สินมาก หรือมีข้อจำกัดด้านการเติบโต สิ่งที่ควรดูคือ ราคาเทียบกับคุณภาพและมูลค่าที่ประเมิน ไม่ใช่ดูตัวเลขราคาบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว

สรุป 3 ขั้นตอนก่อนตัดสินใจลงทุน

  1. ประเมินกิจการจากรายได้ กำไร กระแสเงินสด หนี้สิน และโอกาสเติบโต
  2. ตรวจว่าความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นสอดคล้องกับเงินสำรอง หนี้ และระยะเวลาของคุณหรือไม่
  3. รวมค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมกองทุน และค่าใช้จ่ายอื่นก่อนเปรียบเทียบผลตอบแทนสุทธิ
Advertisement

เปรียบเทียบหุ้นราคาถูก หุ้นคุณค่า และการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง

การแยกความต่างระหว่าง “ราคาถูก” กับ “มีมูลค่า” ช่วยลดโอกาสหลงไปกับตัวเลขเดียว ขณะเดียวกัน การกระจายลงทุนช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว แต่ไม่ได้ทำให้การขาดทุนหมดไปหรือรับประกันผลตอบแทน

ตารางเปรียบเทียบเป้าหมาย ผลตอบแทนที่คาดหวัง และความเสี่ยง

แนวทาง สิ่งที่ใช้พิจารณา ความคาดหวังที่เหมาะสม ข้อควรระวัง
หุ้นที่ดูราคาถูก ราคาที่ต่ำหรืออัตราส่วนบางค่า อาจฟื้นตัวได้หากพื้นฐานดีขึ้น ราคาต่ำอาจสะท้อนปัญหาพื้นฐานที่ยังไม่คลี่คลาย
หุ้นคุณค่า มูลค่าที่ประเมินเทียบกับราคา พร้อมดูคุณภาพกิจการ หวังผลจากช่องว่างระหว่างราคาและมูลค่าที่ประเมิน มูลค่าประเมินอาจคลาดเคลื่อน และราคาอาจไม่ปรับตามที่คาด
การลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง การกระจายไปหลายบริษัท อุตสาหกรรม หรือสินทรัพย์ ลดผลกระทบจากการพึ่งพาการลงทุนจุดเดียว ตลาดโดยรวมยังผันผวน และผลตอบแทนไม่แน่นอน

ส่วนเผื่อความปลอดภัยควรใช้เป็นเกณฑ์อย่างไร

ส่วนเผื่อความปลอดภัย คือแนวคิดการเผื่อช่องว่างระหว่างมูลค่าที่ประเมินกับราคาที่จ่าย เพื่อช่วยลดผลกระทบหากสมมติฐานคลาดเคลื่อน ตัวอย่างเช่น หากยังไม่มั่นใจในความยั่งยืนของกำไร กระแสเงินสด หรือแนวโน้มธุรกิจ การไม่รีบตัดสินใจอาจเหมาะกว่าการยึดตัวเลขประเมินเพียงค่าเดียว อย่างไรก็ตาม ส่วนเผื่อความปลอดภัยไม่สามารถกำจัดความเสี่ยงขาดทุนได้

ต้นทุนการซื้อขายและค่าธรรมเนียมที่ต้องรวมในการคำนวณ

เมื่อเปรียบเทียบโบรกเกอร์ แพลตฟอร์มลงทุน กองทุนรวม หรือกองทุนดัชนี อย่าดูเฉพาะความสะดวกในการใช้งาน ควรดู ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมกองทุน และค่าใช้จ่ายอื่น ควบคู่กันด้วย ต้นทุนที่เกิดซ้ำอาจกระทบผลตอบแทนสุทธิได้มากขึ้นเมื่อถือครองระยะยาว รวมทั้งควรตรวจสอบเงื่อนไขจริงและข้อมูลค่าธรรมเนียมก่อนลงทุนทุกครั้ง

Advertisement

ประเมินความเสี่ยงของตัวเองก่อนเลือกสินทรัพย์

ความเสี่ยงที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกคน เพราะเงื่อนไขทางการเงินไม่เหมือนกัน การตอบว่า “รับความเสี่ยงได้” จึงต้องอิงกับความสามารถจริง ไม่ใช่เพียงความรู้สึกในวันที่ตลาดปรับตัวดี

เงินสำรองฉุกเฉิน ภาระหนี้ และระยะเวลาลงทุน

ก่อนนำเงินไปลงทุน ควรแยกเงินที่อาจต้องใช้ในระยะใกล้ออกจากเงินลงทุน เงินสำรอง ภาระหนี้ รายได้ประจำ และระยะเวลาที่จะใช้เงิน ล้วนมีผลต่อการเลือกสินทรัพย์ หากต้องใช้เงินในเวลาอันใกล้ ความผันผวนของตลาดอาจทำให้ต้องขายในจังหวะที่ไม่ต้องการ

แยกความสามารถรับความเสี่ยงออกจากความรู้สึกชอบเสี่ยง

บางคนชอบความตื่นเต้นของราคาที่ขึ้นลง แต่มีภาระผ่อนชำระสูงหรือรายได้ไม่แน่นอน ในทางกลับกัน บางคนไม่ชอบความผันผวนแต่มีเงินสำรองและระยะเวลาลงทุนยาวกว่า จึงควรแยก ความชอบเสี่ยง ออกจาก ความสามารถรับความเสี่ยง โดยให้ข้อมูลการเงินของตนเองเป็นจุดตั้งต้น

วิธีตั้งสัดส่วนเงินลงทุนที่ไม่กระทบเป้าหมายจำเป็น

เริ่มจากระบุเป้าหมายจำเป็นก่อน เช่น เงินใช้จ่าย เงินสำรอง และภาระที่ต้องชำระ แล้วจึงกำหนดเงินส่วนที่สามารถรับความผันผวนได้ การไม่รวมเงินจำเป็นไว้กับเงินลงทุนช่วยให้ตัดสินใจได้มีเหตุผลขึ้นเมื่อราคาสินทรัพย์ผันผวน และช่วยลดแรงกดดันให้ต้องขายเพราะเหตุจำเป็น

Advertisement

ขั้นตอนวิเคราะห์กิจการโดยไม่หลงกับตัวเลขเพียงค่าเดียว

การวิเคราะห์หุ้นแบบเน้นคุณค่าไม่ควรยึดติดกับอัตราส่วนทางการเงินเพียงค่าเดียว ตัวเลขอาจดูน่าสนใจ แต่ความหมายจะเปลี่ยนไปเมื่อพิจารณาร่วมกับคุณภาพธุรกิจ หนี้สิน และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด

ดูรายได้ กำไร กระแสเงินสด และหนี้สินร่วมกัน

รายได้ช่วยให้เห็นขนาดและทิศทางของธุรกิจ กำไรช่วยสะท้อนผลการดำเนินงาน กระแสเงินสดช่วยให้เห็นความสามารถในการหมุนเงิน และหนี้สินบอกภาระที่กิจการต้องรับผิดชอบ การดูข้อมูลร่วมกันทำให้เห็นภาพสมดุลกว่าการเลือกดูเฉพาะตัวเลขที่สนับสนุนความคิดของตนเอง

ตรวจสอบคุณภาพธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน

นอกจากตัวเลข ควรพิจารณาว่ากิจการมีโอกาสเติบโตอย่างไร มีความสามารถในการแข่งขันหรือไม่ และมีปัจจัยใดที่อาจกระทบผลประกอบการในอนาคต การประเมินเหล่านี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นกับสมมติฐานและข้อมูลที่มีอยู่ จึงควรเปิดรับความเป็นไปได้ที่การวิเคราะห์ของตนอาจผิดพลาด

가치 투자와 위험 감수의 중요성 관련 이미지 2

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ P/E หรืออัตราส่วนทางการเงิน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือมองว่า P/E ต่ำแปลว่าหุ้นถูกเสมอ หรือใช้ค่าอัตราส่วนเปรียบเทียบข้ามธุรกิจโดยไม่ดูบริบท อัตราส่วนควรเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการตั้งคำถาม เช่น กำไรนั้นมีความยั่งยืนหรือไม่ หนี้สินอยู่ในระดับใด และกระแสเงินสดสนับสนุนผลประกอบการหรือเปล่า

Advertisement

เลือกแนวทางตามสถานการณ์เงินและเวลาของคุณ

ไม่มีวิธีลงทุนเดียวที่เหมาะกับทุกคน ทางเลือกที่ดีควรสอดคล้องกับเวลาที่มี ความรู้ในการวิเคราะห์ ความมั่นคงของรายได้ และระดับความผันผวนที่คุณสามารถถือผ่านไปได้จริง

ผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มีเวลาวิเคราะห์หุ้นรายตัว

ผู้เริ่มต้นอาจพิจารณาทางเลือกที่ช่วยกระจายการลงทุน เช่น กองทุนรวมหรือกองทุนดัชนี แล้วใช้เวลาเรียนรู้ความเสี่ยงและค่าธรรมเนียมก่อนตัดสินใจเพิ่มความซับซ้อน การลงทุนผ่านกองทุนไม่ได้ปลอดความเสี่ยง แต่ลดภาระการต้องเลือกและติดตามหุ้นรายตัวทุกบริษัท

ผู้มีเงินก้อนและรับความผันผวนได้

ผู้ที่มีเงินก้อนอาจมีความยืดหยุ่นในการวางแผนมากขึ้น แต่ยังควรตรวจว่าเงินก้อนนั้นไม่ใช่เงินที่ต้องใช้ตามเป้าหมายจำเป็นในเร็ว ๆ นี้ หากเลือกหุ้นรายตัว ควรกระจายความเสี่ยงและวิเคราะห์ข้อมูลกิจการให้ครอบคลุม ไม่ควรตัดสินใจจากข่าว กระแส หรือผลตอบแทนในอดีตเพียงอย่างเดียว

ผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอหรือมีภาระผ่อนชำระ

หากรายได้ไม่สม่ำเสมอหรือมีภาระชำระต่อเนื่อง การรักษาเงินสำรองและควบคุมภาระทางการเงินอาจสำคัญกว่าการเพิ่มสัดส่วนลงทุนที่ผันผวนมาก การเลือกวิธีลงทุนที่ทำให้ยังรับมือค่าใช้จ่ายจำเป็นได้ ช่วยลดโอกาสที่ต้องถอนเงินลงทุนในเวลาที่ไม่เหมาะสม

Advertisement

เกณฑ์เลือกและเปรียบเทียบทางเลือกลงทุนก่อนตัดสินใจ

ก่อนเปิดบัญชีลงทุนหรือเลือกกองทุน ควรเปรียบเทียบทั้งความสะดวก ต้นทุน ความหลากหลายของสินทรัพย์ และระดับข้อมูลที่ผู้ให้บริการเปิดเผย ไม่ควรตัดสินใจเพราะเห็นเพียงคำโฆษณาเรื่องผลตอบแทนหรือโปรโมชันระยะสั้น

เปรียบเทียบหุ้นรายตัว กองทุนรวม และกองทุนดัชนี

หุ้นรายตัวเหมาะกับผู้ที่ยอมรับภาระการวิเคราะห์และติดตามกิจการได้ กองทุนรวมอาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการให้มีการบริหารตามนโยบายกองทุน ส่วนกองทุนดัชนีเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนตามดัชนีและเน้นการกระจายความเสี่ยง แต่ทุกทางเลือกต้องดูนโยบายลงทุน ความเสี่ยง และค่าธรรมเนียมเฉพาะของผลิตภัณฑ์นั้น

เช็กลิสต์ค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง ความเสี่ยง และข้อมูลที่เปิดเผย

  • มีค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมกองทุน หรือค่าใช้จ่ายอื่นอะไรบ้าง
  • นโยบายลงทุนและสินทรัพย์ที่ลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมายของคุณหรือไม่
  • สภาพคล่องและเงื่อนไขการซื้อขายเหมาะกับเวลาที่คุณอาจต้องใช้เงินหรือไม่
  • ผู้ให้บริการหรือกองทุนเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ผลการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายชัดเจนเพียงใด
  • หากเกิดความผันผวน คุณยังสามารถถือครองตามแผนได้หรือไม่

สรุปการเลือกแนวทางที่เหมาะกับเป้าหมาย ไม่ใช่ตามกระแส

การลงทุนแบบเน้นคุณค่าไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องซื้อหุ้นรายตัว และการลงทุนผ่านกองทุนก็ไม่ได้ทำให้ไม่ต้องคิดเรื่องความเสี่ยง จุดสำคัญคือเลือกเครื่องมือที่ทำให้คุณลงทุนตามแผนได้จริง เข้าใจต้นทุน และไม่กระทบเป้าหมายทางการเงินที่จำเป็น

Advertisement

เกณฑ์เลือกและเปรียบเทียบโดยสรุป

ก่อนตัดสินใจ ให้ตรวจ 5 เรื่องนี้: มูลค่าหรือแนวทางลงทุนที่เข้าใจได้, ระดับความเสี่ยงที่เงินของคุณรองรับ, การกระจายพอร์ต, ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด, และ เงื่อนไขการซื้อขายหรือข้อมูลที่เปิดเผย หากยังเปรียบเทียบไม่ชัดเจน การเริ่มจากทางเลือกที่เข้าใจง่ายและกระจายความเสี่ยงอาจเหมาะกว่า ตรวจสอบค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขก่อนเปิดบัญชีลงทุนจากหน้าข้อมูลทางการของผู้ให้บริการ

Advertisement

ส่งท้าย

การลงทุนที่มีเหตุผลไม่ได้เริ่มจากการทายราคาหุ้น แต่เริ่มจากการรู้ว่ากำลังซื้ออะไรและรับความเสี่ยงได้เพียงใด หุ้นที่ดูถูกอาจไม่ใช่หุ้นคุณค่า หากพื้นฐานกิจการยังมีข้อกังวล การกระจายลงทุนและการควบคุมต้นทุนช่วยให้พอร์ตมีโครงสร้างที่รอบคอบขึ้น แต่ไม่รับประกันผลตอบแทน การทบทวนแผนเมื่อสถานะการเงินหรือเป้าหมายเปลี่ยนไปจึงเป็นเรื่องสำคัญ

Advertisement

ข้อมูลที่ควรรู้เพิ่มเติม

1. ราคาหุ้นและมูลค่าที่ประเมินอาจแตกต่างกันได้
2. ผลตอบแทนในอดีตไม่ใช่หลักประกันของอนาคต
3. ค่าธรรมเนียมเล็กน้อยก็มีผลต่อผลตอบแทนสุทธิเมื่อถือครองนาน
4. การกระจายลงทุนช่วยลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว แต่ไม่กำจัดความผันผวนของตลาด
5. ข้อมูลภาษีและค่าธรรมเนียมจริงของแต่ละผลิตภัณฑ์ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ข้อควรระวังสำคัญ

มูลค่าที่แท้จริงของหุ้นแต่ละบริษัทไม่สามารถระบุได้แน่นอน เพราะขึ้นกับสมมติฐานเกี่ยวกับผลประกอบการ อัตราดอกเบี้ย ภาวะเศรษฐกิจ และข้อมูลใหม่ ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมก็แตกต่างกันตามรายได้ หนี้ เงินสำรอง และระยะเวลาของแต่ละคน เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนหรือคำแนะนำที่เหมาะกับทุกสถานการณ์

คำถามที่พบบ่อย

Q1. การลงทุนแบบเน้นคุณค่าเหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือไม่?

A1. เหมาะในฐานะแนวคิดพื้นฐาน เพราะช่วยให้มองราคาควบคู่กับคุณภาพกิจการและความเสี่ยง แต่ผู้เริ่มต้นควรเริ่มจากสิ่งที่เข้าใจได้จริง หากยังไม่มีเวลาวิเคราะห์หุ้นรายตัว กองทุนรวมหรือกองทุนดัชนีอาจเป็นทางเลือกที่ใช้กระจายการลงทุนได้ โดยต้องตรวจนโยบายและค่าธรรมเนียมก่อนเลือก

Q2. ต้องมีเงินกี่บาทจึงเริ่มลงทุนแบบเน้นคุณค่าได้?

A2. ไม่มีจำนวนเงินที่เหมาะกับทุกคน สิ่งสำคัญกว่าคือเงินนั้นไม่กระทบค่าใช้จ่ายจำเป็น เงินสำรอง และภาระหนี้ ควรดูเงื่อนไขขั้นต่ำ ค่าคอมมิชชัน และค่าธรรมเนียมของช่องทางลงทุนที่กำลังพิจารณาก่อนตัดสินใจ

Q3. ควรเลือกหุ้นรายตัวหรือกองทุนดัชนี หากยังประเมินมูลค่าหุ้นไม่เป็น?

A3. หากยังประเมินกิจการไม่เป็นหรือไม่มีเวลาติดตามข้อมูล กองทุนดัชนีอาจช่วยให้ลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงโดยไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัวเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ควรศึกษานโยบายติดตามดัชนี ความเสี่ยง ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการซื้อขายก่อนเปิดบัญชีลงทุน เพราะกองทุนดัชนียังมีความผันผวนและไม่รับประกันผลตอบแทน